โง่จริง เอนทรี่ที่แล้วดันไม่กดพับลิช แก่แล้วจริงๆน่ะ

ตอนนี้พ้นสถานะinternมาเกือบอาทิตย์แล้ว เราค่อนข้างเฉยๆนะ ไม่รุคนอื่นๆข้างนอกเป็นไงกันมั่งแล้ว
....
คนที่อยู่รพ.กระทรวง ปีที่สองสามก็ต้องย้ายไปรพ.อำเภอจากเดิมที่อยู่จังหวัด
สำหรับความหิน.. ฟังเหมือนจะลำบากกว่าเดิมเพราะกันดารและไม่มีแพทย์อาวุโสกว่าคอยcoverแล้ว
บางคนต้องไปเป็นผอ.ก็มี เพราะคนก่อนหน้าก็เป็นinternเหมือนกัน พอใช้ทุนหมดก็บ้ายบายย้ายไปที่อื่นซึ่งมันเจริญกว่า
แต่จริงๆแล้ว รพช.ยิ่งกันดารมาก..ยิ่งว่าง เพราะถ้าไม่ได้ฉุกเฉินรุนแรงมากจริงๆ คนก็เลือกที่จะไปรพ.ใหญ่ ที่มารพ.ตอนกลางดึกก็มักเป็นผู้ป่วยยปวดท้องโรคกระเพาะกับหอบหืดมาพ่นยา คนไข้ในนอนรพ.ก็น้อย
ทำงานเสร็จสี่โมงว่างแน่นอน
ยกเว้นมีคนจะคลอดมานั่นแหละ ตื่นเต้นของจริง สมัยเป็นนศพ.เคยไปรพช.แห่งหนึ่ง
ซึ่งห้องผ่าตัดทำได้แค่ตัดไฝ ตัดซีสต์ ที่เหลือส่งต่อหมด เพราะไม่มีแพทย์เฉพาะทางแพทย์สามคนที่มีเป็นintern1และ2รวมกันสามคน ส่วนแพทย์อาวุโสเป็นผอ.ไม่ตรวจคนไข้ (เป็นเรื่องจริงของหลายๆที่)
ค่ำวันนั้นมีหญิงครรภ์แก่ เจ็บครรภ์คลอด คนเปลรีบเข็นมาห้องคลอดอย่างเร็ว
พี่แพทย์เวรวันนั้นเก่งมาก เพราะพอเปิดผ้าถุงไปเจอะเท้าเด็กออกมาข้างนึง
เรียกว่าท่า breech footling เป็นท่ายากมากที่จะคลอดตามธรรมชาติ ถ้าเป็นสถานที่ที่ฝากครรภ์ดีๆและตรวจพบก่อน ก็จะนัดผ่าตัดคลอด เพราะเมื่อส่วนนำที่ออกมาก่อนของเด็กไม่ใช่ศีรษะซึ่งเป็นส่วนที่กว้างที่สุดของร่างกายแล้ว ช่วงไหล่และโดยเฉพาะศีรษะที่ออกทีหลังมักจะติด คลอดไม่ออก ต้องคาหัวเด็กเอาไว้ให้ช่องทางคลอดขยายแล้วค่อยช่วยล้วงหัวเด็กออกมา ถ้าไม่เคยเห็นมาก่อนแทบจะเป็นฝันร้ายของแพทย์เวรรพช.เลยล่ะ แต่พี่ในวันนั้นเค้าสามารถทำคลอดออกมาได้ สุดยอดเลย
จริงๆคนที่อยู่ข้างนอกพอครบ1ปีก็แทบจะทำคลอด ผ่าคลอด ตัดไส้ติ่ง เก่งกว่าคนข้างในแล้วแหละ
สถานการณ์สร้างวีรบุรุษน่ะ
ส่วนชีวิตinternใน มันจืดชืดกว่านี้เยอะ
edit @ 6 Apr 2011 12:23:48 by squally